บันทึกอนุทินครั้งที่ 15


บันทึกอนุทินครั้งที่ 15
วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2562
เวลาเรียน 08:30-11:30 น.


วันนี้อาจารย์ได้สอนเรื่องอาหารเเละโภชนาการสำหรับเด็ก


หลักของโภชนาการได้จัดแบ่งอาหารออกเป็นหมู่ได้ 5 หมู่ ได้แก่

       อาหารหมู่ที่ 1 เนื้อสัตว์ต่างๆ ถั่วเมล็ดแห้ง ช่วยสร้างเสริมและซ่อมแซมอวัยวะต่างๆ
อาหารหมู่ที่ 2 ข้าว หัวเผือก หัวมัน แป้ง น้ำตาล ให้พลังงานความอบอุ่น
อาหารหมู่ที่ 3 ผักใบเขียวและพืชผักต่างๆ ให้วิตามิน เกลือแร่และเส้นใย
อาหารหมู่ที่ 4 ผลไม้ต่างๆ ให้วิตามินและเกลือแร่
อาหารหมู่ที่ 5 ไขมัน น้ำมันจากพืชและสัตว์ ให้พลังงานและความอบอุ่น
  การจัดอาหารที่มีคุณค่าตามหลักโภชนาการให้แก่เด็ก จะส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กได้ ซึ่งเด็กต้องได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน


อาหารที่มีโทษเป็นพิษภัยแก่เด็ก
                 ปัจจุบันอาหารสำเร็จรูปสำหรับริโภคมีมากมายในตลาด ซึ่งผู้ผลิตคำนึง ถึงความสะดวกของผู้บริโภคเป็นหลัก สามารถเก็บไว้ได้นาน ในทุกอุณหภูมิ มีรสชาติถูกปากผู้บริโภค ผู้ผลิตโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อว่าอาหารนั้นๆ ดี มีคุณค่า อร่อย ทันสมัย      หากผู้บริโภคหลงเชื่อโดยมิได้ไตร่ตรองหรือขาดความรู้ด้านโภชนาการ ก็จะรับประทานอาหารนั้นจนลืมคิดไปว่าการที่จะทำให้อาหารนั้นๆ คง สภาพความอร่อย ความหอม ความมัน ความหวาน คงสีสันไว้ได้ตลอด นั้นต้องอาศัยสารเคมีช่วยในการปรุงแต่งรูป รส กลิ่น และสี    ให้คงเดิม วัตถุเหล่านี้เองที่เป็นอันตรายได้ 
        ด็กปฐมวัยนับเป็นตลาดอันสำคัญยิ่งของผู้ผลิตเหล่านี้ เนื่องจากเด็กยังไม่ มีข้อมูลเพียงพอที่จะตัดสินใจเองได้ จึงมักเชื่อตามโฆษณา และความ นิยมของเพื่อนๆ เป็นความจำเป็นอย่างยิ่งยวด ที่ผู้เลี้ยงดูเด็กจะต้อง ตระหนักถึงพิษภัยร้ายกาจของอาหารเหล่านี้ โดยต้องร่วมมือกับ พ่อแม่ ผู้ปกครองช่วยกันให้ความรู้แก่เด็ก และไม่จัดอาหารเหล่านี้ให้แก่เด็ก เพื่อป้องกันโรคภัยไข้เจ็บที่จะตามมา
        สิ่งที่ผู้ผลิตตั้งใจใส่ในอาหารสำเร็จรูป เราเรียกว่า “วัตถุเจือปนอาหาร” เช่น กรดน้ำส้ม สารให้ความหวาน   ผงชูรส เป็นต้น
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พิซซ่า เเฮมเบอเกอร์การ์ตูน

ปัญหาการขาดสารอาหารและการแก้ไขปัญหาการขาดสารอาหารในเด็ก


             การขาดสารอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งจากความบกพร่องของการบริโภค อาหาร จะทำให้เกิดอาการผิดปกติขอ ร่างกายกลายเป็นโรคขาดสารอาหาร ยิ่งเมื่อเกิดในเด็กวัยที่กำลังเจริญเติบโต คือ อายุระหว่างแรกเกิดจนถึง 5 ปี ที่เป็นพื้นฐานสำคัญของอนาคตแล้ว ก็ยิ่งเป็นปัญหาที่เลวร้ายมากที่สุด การ ขาดสารอาหารในวัยเด็กจะทำให้เกิดความชะงักของการเจริญเติบโตเด็กจะ แคระแกร็น ส่งผลกระทบต่อระบบสมอง เนื่องจากมีการค้นพบว่า สมองของ คนเราจะเจริญอย่างรวดเร็วถึง 90% ในช่วง 2 ปีแรกของชีวิต ต่อจากนั้นจะ เจริญต่อไปจนอายุ 5 ปีหากช่วงอายุดังกล่าวเด็กได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน นอกจากร่างกายเจริญเติบโตไม่ดีแล้ว สมองก็จะเจริญเติบโตไม่เต็มที่ด้วย

หลักการจัดอาหารที่เหมาะสมกับพัฒนาการเด็ก
                     หลักการจัดอาหารที่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก ดังนั้นผู้เลียงดูเด็กควรคำนึงถึงการจัดอาหารให้เหมาะสมกับสภาพและวัยของแต่ละบุคคลโดยคำนึงถึงความต้องการสารอาหาร ประโยชน์ที่จะได้รับจากสารอาหาร ปริมาณของอาหารที่ควรได้รับ และพิษภัยของอาหาร   เด็กที่ได้รับอาหารที่ดีมีคุณภาพ ได้รับอาหารเพียงพอ      มีสารอาหารคบถ้วนตามความต้องการ จะมีสุขภาพอนามัยทีสมบูรณ์ มีการเจริญเติบโตและมีพัฒนาการด้านต่าง ๆ เป็นปกติ แต่หากเด็กคนใดไม่ได้รับอาหารที่ดี ไม่เพียงพอ อาหารไม่มีคุณภาพ จะเกิดภาวะขาดสารอาหาร สุขภาพอนามัยไม่สมบูรณ์ รูปร่างแคระแกร็น เติบโตช้า พัฒนาการไม่สมวัย สภาพร่างกายผิดปกติ ส่งผลให้พฤติกรรมผิดปกติไปด้วย
                     ในช่วงอายุแรกเกิดถึง 5 ปี ถือเป็นช่วงที่สำคัญที่สุดของการเจริญเติบโตและการมีพัฒนาการใน ทุก ๆ ด้านของชีวิตเพราะเป็นช่วงที่ร่างกายมีการเจริญเติบโตและพัฒนาการอย่างรวดเร็ว หากเด็กได้รับการเลี้ยงดู ได้รับอาหารอย่างเพียงพอและถูกต้องจะเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่ง ในที่นี้ควรทำความเข้าใจถึงความหมายของคำว่า การเจริญเติบโตและพัฒนาการว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร การเจริญเติบโต หมายถึง การะบวนการเปลี่ยนแปลงไปสู่ภาวะที่สมบูรณ์ ทั้งด้านการเพิ่มขนาดของร่างกายทุกส่วนหรือเฉพาะส่วน สามารถวัดได้ เช่นน้ำหนัก ความสูง ขนาด ความหนาแน่น เป็นต้น 
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

อาหารสำหรับวัยทารก (แรกเกิด- 1 ปี)


        ในระยะแรกเกิดจนถึง 4 เดือน ให้เด็กกินนมแม่เพียงอย่างเดียว การเริ่มฝึกให้อาหารตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไปแบ่งได้เป็น  6 ระยะ ดังนี้ 


       - อายุ 4 เดือน

        ระยะเริ่มแรกให้อาหารเสริมนอกจากกินนมแม่แล้ว ให้ข้าวบดผสมกับน้ำแกงจืดเล็กน้อยเพื่อ  ให้กลืนง่าย ประมาณ 1 ช้อนก่อน ผสมไข่แดงต้มสุกประมาณ 1 ใน 4 ฟอง ปนน้ำแกงจืดที่ใส่ผักต่าง ๆ ให้สลับกับกล้วยน้ำว้าสุกงอม ใช้ปลายช้อนขูดทีละน้อยแล้วบดให้ละเอียด ให้ในประมาณที่น้อย ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์จึงเพิ่ม จะช่วยให้ทารกได้รับโปรตีนและพลังงานเพียงพอ ไม่เกิดการขาดสารอาหาร ควรให้กินในเวลาเดียวกันเพื่อหัดให้เกดความเคยชิน 

- อายุ 7 เดือน 
ยังกินนมแม่ ในระยะนี้เด็กจะเริ่มมีฟันขึ้น กระเพาะอาหารสามารถสร้างน้ำย่อยได้แล้วทารกจะเกิดความรู้สึกอยากอาหารและกินอาหารได้มากขึ้น นอกจากให้ข้าวบดผสมเนื้อสัตว์ต่าง ๆ บดแล้วเริ่มเพิ่มตับบดโดยใส่ผสมกับผักสุกบดกับน้ำแกงจืด สลับกับไข่ 1 ฟอง และผลไม้สุกบด ควรให้อาหารชนิดใหม่ ๆ ที่มีลักษณะข้นขึ้นและหยาบมากขึ้น เช่น เนื้อสัตว์ต่าง ๆ สับเป็นชิ้นเล็ก ๆ เริ่มให้ไข่แดงและไข่ขาว เริ่มให้อาหารว่างเป็นผลไม้สุกเพิ่มได้วันละ 1 มื้อ


- อายุ 8-10 เดือน 

ให้กินนมแม่และให้อาหารแทนนมแม่ได้ 2 มื้อ โดยให้อาหารสลับกันในปริมาณที่มากขึ้น

- อายุ 10-12 เดือน 
ทารกจะมีพัฒนาการในการใช้มือมากขึ้น ควรให้ฝึกหยิบจับอาหารใส่ปากเอง โดยแม่หรือผู้ดูแลเด็กคอยช่วยเหลือ โดยหาอาหารที่ไม่แข็ง ไม่เหนียวหรือมีขนาดใหญ่เกินไป ให้ถือกินเองบ้าง ประเภทผัก ผลไม้ เช่น ฟักทอง แครอท มันต้ม แตงกวา มะละกอ มะม่วงสุก หั่นเป็นชิ้นยาว ๆ เพิ่มมื้ออาหารเป็น 3 มื้อ เมื่ออายุครบ 12 เดือน ก็จะสามารถกินอาหารได้มากขึ้นและหลากหลายขึ้น 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ หลักการจัดอาหารที่เหมาะสมกับพัฒนาการ

ข้อปฏิบัติในการจัดเตรียมอาหารของเด็กในวัยทารก


1) ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดก่อนจับต้องอาหาร 


2) ใช้ภาชนะที่สะอาด โดยจัดเก็บอย่างมิดชิดไม่ให้แมลงวันหรือแมลงอื่น ๆ ไต่ตอม

3) อาหารที่ปรุงทุกชนิดต้องล้างให้สะอาด ภาชนะที่ใช้ในการหุงต้มและประกอบอาหาร เช่น หม้อ กระทะ จาน ชาม มีด ต้องล้างให้สะอาดก่อนและหลังใช้ทุกครั้ง แยกภาชนะของเด็กและผู้ใหญ่รวมไปถึงมือของผู้ปรุงอาหารก็ต้องสะอาดด้วย 

4) อาหารและน้ำจะต้องสุกทั่วถึงและทิ้งระยะเวลาให้อุ่นลง ไม่ร้อนจัดเวลานำมาป้อนเด็ก หากเด็กกินเหลือไม่ควรเก็บไว้
5) อาหารของเด็กจะต้องมีรสธรรมชาติ ไม่ควรใส่สารปรุงแต่งอาหารให้มีรสชาติเกินธรรมชาติ เช่น ไม่เค็ม หวาน เปรี้ยวเกินไป หรือไม่ควรใส่ผงชูรส 
6) ต้มหรือตุ่นข้าวจนสุกและ แล้วนำมาบดให้ละเอียด โดยใช้กระชอนหรือใส่ในผ้าขาวบางห่อแล้วบีบรูดออกหรือบดด้วยช้อนก็ได้ หรือตำข้าวสารให้ละเอียดให้เหมาะสมกับอายุของทารก แล้วจึงค่อยนำไปต้มให้สุก จะช่วยประหยัดเวลาได้มาก 
7) สับหมู หั่นผักให้ละเอียดก่อนนำไปหุงต้ม ส่วนตับให้ต้มให้สุกแล้วต่อยยีให้ละเอียด 
8) ให้กินเนื้อปลาสุกโดยการย่าง หรือนึ่ง หรือต้ม ไม่ควรให้กินหนังปลา ระมัดระวังก้างปลาโดยเก็บออกให้หมด 
9) ให้กินน้ำแกงจืด (น้ำต้มผักกับเนื้อสัตว์สับละเอียด) ผสมกับข้าว โดยใช้แกงจืดหรือน้ำผัดผัก แต่ต้องไม่เค็ม 
10) เด็กที่มีอายุ 7 เดือนแล้วกินถั่วเมล็ดแห้งได้ อาจน้ำไปหุงต้มปนไปกับข้าว หรือจะนำไปทำเป็นขนมผสมกับน้ำตาลและนม

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ล้างมือ

ประโยชน์และคุณค่าของน้ำนม

                  น้ำนมถือเป็นอาหารหลักที่มีความสำคัญสำหรับเด็กปฐมวัยทั้งในช่วง แรก คือ แรกเกิด-3 ขวบ และช่วงอายุ  3-5 ขวบในช่วงแรกเด็กทารก แรกเกิดต้องกินน้ำนมแม่เพียงอย่างเดียวจนอายุได้ 4เดือนจึงเริ่มให้ อาหารเสริม และเริ่มหย่านมเมื่ออายุครบ 1 ปีถึง 1 ปีครึ่ง แต่เด็กยัง ต้องการนมอยู่ เพื่อนำสารอาหารโปรตีน และแร่ธาตุ วิตามินที่มีอยู่ใน น้ำนมไปเพื่อสร้างเสริมซ่อมแซมร่างกาย ดังนั้นหลังจากหย่านมแม่ ไปแล้ว เด็กจึงควรได้รับน้ำนมทดแทนในรูปของน้ำนมสัตว์ต่างๆเพื่อ ให้พัฒนาการของเด็กไม่สะดุดขาดตอนลง 
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ นมแม่


¢ภูมิต้านทานโรค
ในน้ำนมแม่จะมีระบบภูมิต้านทานโรคให้แก่ทารกอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่อยู่ในครรภ์โดยผ่านจากรกเมื่อคลอดออกมาแล้วจะผ่านทางน้ำนมแม่ จนร่างกายของเด็กสามารถสร้างขึ้นเองได้ในภายหลัง จากที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่าน้ำนมแม่มีคุณประโยชน์มาก สามารถสรุปได้ดังนี้

1) ในน้ำนมแม่จะมีสารอาหารครบถ้วนที่จะไปเสริมสร้างพัฒนาการทางสมองและร่างกาย
2) น้ำนมแม่ทีความสะอาดและปลอดภัยจากเชื้อโรค
3) ป้องกันโคต่าง ๆ ที่จะเกิดในเด็กทารกได้
4) มีความสะดวก แม่สามารถให้นมแก่ลูกได้ทุกเวลาไม่ต้องมีการเตรียมการ มีอุณหภูมิพอดี ไม่ต้องอุ่นให้ร้อน หรือทำให้เย็น
5) น้ำนมแม่สามารถถ่ายทอดภูมิคุ้มกันให้แก่ลูกจนลูกสามารถสร้างภูมิคุ้มกันเองได้
6) ประหยัด เพราะร่างกายของแม่สามารถสร้างน้ำนมเองได้ตลอดเวลา
7) ให้ทารกกินได้นานเท่าที่ทารกต้องการ
8) น้ำนมแม่มีปริมาณที่เหมาะสม ไม่ทำให้ทารกเกิดโรคอ้วน
9) น้ำนมแม่มีสารอาหารครบถ้วน เหมาะสมทำให้ทารกถ่ายสะดวกท้องไม่ผูก
10) เมื่อให้นมแก่ลูก แม่และลูกจะผูกพันอย่างใกล้ชิด เกิดความสุขและอบอุ่นทางจิตใจ

น้ำนมจากสัตว์
เป็นของเหลวที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสร้างขึ้นเพื่อใช้เลี้ยงลูก จะมีคุณ ค่าทางโภชนาการสูง น้ำนมจากสัตว์ที่เรานิยมกินกันเป็นส่วนใหญ่ ได้แก่ น้ำนมวัว เนื่องจากมีส่วนประกอบที่ใกล้เคียงกับน้ำนมของคน มากที่สุด รองลงมาก็คือ นมแพะ นมแกะ นมกระบือ ซึ่งนิยมบริโภค เฉพาะในท้องถิ่น แต่ไม่เป็นที่นิยมเลี้ยงทารกเพราะจะมีไขมันและ โปรตีนสูงกว่าน้ำนมคนและน้ำนมวัวมาก
  น้ำนมจัดเป็นอาหารที่ธรรมชาติสร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์มีคุณค่าทาง โภชนาการสูง มีลักษณะเป็นของเหลวสีขาวหรือเหลืองนวล มีรส หวานเล็กน้อยมีส่วนประกอบจากน้ำ โปรตีน ไขมัน น้ำตาลแล็กโทส และสารประกอบอื่น ๆ แยกได้ดังนี้ - น้ำ เป็นส่วนประกอบส่วนใหญ่

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ นมวัว

              - น้ำนมสดยูเอชที คือน้ำนมดิบที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อโรคด้วยระบบยูเอชที สามรถเก็บไว้ได้นาน 3-6 เดือน ในอุณหภูมิปกติ จะคงกลิ่น สี รสเหมือนเดิม คุณค่าถูกทำลายไปบ้างเล็กน้อย แต่ค่าใช้จ่ายในการผลิตสูง ทำให้มีราคาแพงบรรจุอยู่ในลักษณะของนมกล่อง ผู้เลี้ยงดูเด็กจึงต้องพิจารณาความพร้อมของการจัดการว่า มีความสะดวกเพียงใดในการเก็บรักษา เช่น หากจะรับนมพาสเจอร์ไรส์ในรูปของนมถุง ก็จะต้องคำนึงถึงระยะทางการขนส่ง ระบบและวิธีการจัดเก็บ การเตรียมตู้แช่ การเตรียมอุปกรณ์ เช่น กรรไกร หลอดดูด เป็นต้น รวมทั้งการจัดแถวเด็กเพื่อรับนมถุงจากครู หรืออาจตัดแล้วใส่หลอดแล้ววางทั้งถุงลงในแก้วเพื่อความสะดวกของเด็ก หากจะรับเป็นนมกล่องซึ่งมีความสะดวก แต่ต้องจัดเตรียมสถานที่เก็บรักษาที่ต้องไม่ถูกแสดงแดดไม่ร้อน และมีขนาดกว้างพอ เนื่องจากไม่สามารถวางได้สูงเกิน 8 กล่อง จึงอาจต้องจัดทำชั้นวางของ นอกจากนี้แล้วยังต้องคำนึงถึงคุณค่าของนมประเภทต่าง ๆ ที่ผู้ผลิตได้นำไปผ่านกรรมวิธีดัดแปลงไขมันให้อยู่ในปริมาณต่าง ๆ กันดังนี้ 
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ นม โฟร์ มด

- นมสดธรรมดา มีมันเนยไม่ต่ำกว่าร้อย3 .2 ของน้ำหนัก เมื่อเด็กกินเข้าไปจะได้คุณค่าทางอาหารครบถ้วน

- นมสดพร่องมันเนย มีมันเนยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 0.1 ของน้ำหนัก มีรสชาติด้อยลง ไม่มันอร่อยเหมือนประเภทแรก เหมาะสมสำหรับเด็กที่ปัญหาน้ำหนักเกินขนาดหรือเป็นโรคอ้วน หากให้เด็กตามปกติหรือต้องการสารอาหารมากก็จะทำให้เด็กไม่ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนได้ ผู้เลี้ยงดูเด็กจึงควรเลือกชนิดของน้ำนมให้เหมาะกับความต้องการของเด็ก
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ นมmeiji

นมผง
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนำนมสดมาระเหยน้ำออกจนหมด โดยผ่านกรรมวิธี คือ นำน้ำนมสดมากรองความสกปรกออก แล้วทำให้น้ำนมร้อน แล้วนำไประเหยน้ำภายใต้สูญญากาศ ทำให้แห้ง จะได้นมมีลักษณะเป็นเกล็ดหรือผงได้นมที่มีน้ำหนักเบา ง่ายต่อการเก็บรักษาและการขนส่ง สามารถนำไปใช้ในการผลิตนมพร้อมดื่ม จะใช้ในการเลี้ยงทารกแทนนมแม่ เนื่องจากมีคุณภาพดีใกล้เคียงกับน้ำนมสดมากที่สุด โดยจะสูญเสียวิตามินเอและดี วิตามินบี 1 และซี ไปบ้าง ผู้เลี้ยงดูเด็กอาจเลือกใช้นมผงในกรณีที่น้ำนมสดขาดตลาด หรือไม่สามารถจัดหาน้ำนมสดให้เด็กได้ แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างมาก คือ ความสะอาดของอุปกรณ์ เช่น หม้อต้มน้ำ อุปกรณ์ในการชง อุณหภูมิของน้ำเดือดที่ต้องปล่อยให้มีความอุ่นพอควรแก่การชง และสัดส่วนปริมาณของนมผงกับน้ำที่มาตรฐาน ทำให้เด็กได้รับคุณค่าตามกำหนด 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ นมผง

น้ำนมผงปรุงแต่ง
คือ น้ำนมสดหรือนมผงที่นำมาปรุงแต่งด้วยสี กลิ่น รส เพื่อให้ถูกใจผู้บริโภค โดยอาจปรุงแต่งด้วยวัตถุที่มีคุณค่าหรือไม่ก็ได้ แต่สิ่งนั้นต้องไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ส่วนใหญ่จะปรุงแต่งให้มีรสหวานและแต่งกลิ่นต่าง ๆ เช่น ช็อกโกแลต กาแฟ ผลไม้ต่าง ๆ เช่น - นมปรุงแต่งช็อกโกแลตหรือกาแฟ มีหลายชนิดที่บรรจุอยู่ในขวดหรือกล่อง โดยทั่วไปจะประกอบด้วยน้ำนมร้อยละ 94 น้ำตาลทรายร้อยละ 1 และผงโกโก้หรือกาแฟร้อยละ 1 เติมกลิ่นโกโก้หรือกาแฟ ผงโกโก้ในน้ำนมชนิดนี้จะทำให้การดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสลดลง - นมปรุงแต่งกกลิ่นผลไม้ได้รับความนิยมมากในกลุ่มเด็ก และวัยรุ่นเพราะจะมีความหลากหลายของสีและกลิ่นที่สะดุดตาน่าดื่ม ประกอบไปด้วยน้ำนมร้อยละ 96 น้ำตาลทรายร้อยละ 5 และกลิ่นผลไม้สังเคราะห์ แต่งสีตามชนิดของผลไม้นั้น เช่น ใช้สีชมพูสำหรับกลิ่นสตรอเบอร์รี่ สีเขียวสำหรับรสมะนาว สีเหลืองสำหรับรสสับปะรดหรือกล้วยหอม สีส้มสำหรับรสส้ม ผู้เลี้ยงดูเด็กควรให้ข้อมูลแก่เด็กถึงปริมาณน้ำตาลและกลิ่นสีที่เติมลงไปว่าเป็นสารเคมี มิใช่ผลไม้จริง ๆ ดังนั้นจึงไม่ได้คุณค่าของผลไม้สดตามที่โฆษณาแต่อย่างใด

หลังจากที่ได้เรียนเสร็จอาจารย์ก็ได้ให้ออกไปนำเสนอเเผ่นพับเรื่องที่ตัวเองได้ทำมา


ประเมินผล

ประเมินอาจารย์

อาจารย์ตั้งใจสอนเป็นอย่างมากให้ความรู้อย่างละเอียด เเละตั้งใจฟังนักศึกษาตอนนำเสนอ

ประเมินเพื่อน

เพื่อนตังใจฟังตั้งใจเรียน

ประเมินตัวเอง

ตั้งใจฟังอาจารย์ 

บันทึกอนุทินครั้งที่14




บันทึกอนุทินครั้งที่ 14
วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2562
เวลาเรียน 08:30-11:30 น.


วันนี้ได้ดู เพื่อนกลุ่มสุดท้ายไปสัมภาษณ์มา

เเละได้เเบ่งกลุ่มเป็น2กลุ่ม ให้โต้วาที
หัวข้อเรื่อง เลี้ยงลูกที่บ้านกับส่งลูกมาโรงเรียนอนุบาลอะไรจะดีกว่ากัน




ผลการประเมิน

ประเมินอาจารย์
ตั้งใจฟัง เสริมข้อมูลให้เเก่นักศึกษาอย่างเข้าใจง่าย

ประเมินเพื่อน
เพื่อนที่ออกไปโต้วาทีทำเต็มที่ เพื่อนที่อยู่ข้างในตั้งใจฟังสนุกสนานไปด้วย

ประเมินตนเอง
สนุกหัวเราะไปกับเพื่อน ได้รับความรู้บางอย่างเข้าใจในสิ่งที่ไม่รู้มากขึ้น