
บันทึกอนุทินครั้งที่ 2
วันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2562
เวลาเรียน 08:30-11:30 น.



วันนี้อาจารย์ได้เปิดคริปการพัฒนาตามช่วงวัยตั้งเเต่เเรกเกิด-อายุ6 ปี จากที่ได้ดูคริปวิดิโอก็ทำให้เข้าใจมากขึ้น พัฒนาการเเต่ละช่วงวัน ทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม เเละสติปัญญา ที่เเตกต่างกันไป

ต่อมาอาจารย์ ได้สอน บทที่ 2 เรื่องทฤษฎีเกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กปฐมวัย

ทฤษฎีพัฒนาการเด็กปฐมวัย
-ทฤษฎีพัฒนาการด้านจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์
-ทฤษฎีพัฒนาการด้านความคิดความเข้าใจของ
-ทฤษฎีพัฒนาการด้านจริยธรรมของโคลเบอร์ก
-ทฤษฎีพัฒนาการด้านความรู้คิดของเพียเจท์
-ทฤษฎีวุฒิภาวะของกีเซล
-ทฤษฎีพัฒนาการด้านจิตสังคมของอีริคสัน

ซิกมันด์ ฟรอยด์ เป็นนักจิตวิทยาชาวออสเตรียที่มีความเชื่อว่าพัฒนาการบุคลิกภาพของคนขึ้นอยู่กับการตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานทางด้านสรีระ
หรือที่เขาเรียกว่าแรงขับโดยสัญชาติญาณ
โครงสร้างหลักของบุคลิกภาพ
อิด (Id) หมายถึง
พลังหรือแรงผลักที่มีมาแต่กำเนิด เป็นสันดานดิบของมนุษย์ที่มีแต่ความต้องการสนองสนองแต่เพียงอย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงสิ่งใด ฟรอยด์เห็นว่าแรงผลักชนิดนี้มีอยู่ในทารก
อีโก้ (Ego) เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างบุคลิกภาพที่ได้มีการคิดรวบรวมข้อมูลต่างๆ และมีการวางแผน
การรู้จักรอคอย ร้องขอหรืออื่น ๆ
เพื่อให้ได้รับการตอบสนองในสิ่งที่ต้องการ
ซุปเปอร์อีโก้(Superego)
เป็นส่วนของบุคลิกภาพที่คอยควบคุมหรือปรับการแสดงออกของอิดและอีโก้ให้สอดคล้องกับเหตุผลความถูกผิด คุณธรรมหรือจริยธรรม
อีริค อีริคสัน
เป็นนักจิตวิทยา
พัฒนาการที่มีชื่อเสียงและให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากมีแนวคิดว่าวัยเด็กเป็นวัยที่สำคัญและพร้อมเรียนรู้สิ่งแวดล้อมรอบตัว
ขั้นพัฒนาการตามทฤษฎีของอีริคสัน
ขั้นที่
1 ความรู้สึกไว้วางใจ กับความรู้สึกไม่ไว้วางใจ
(Trust
versus Mistrust) ช่วงแรกเกิด
– 1 ปี
ขั้นที่
2 ความรู้สึกเป็นตัวของตัวเอง กับความละอายใจ
และไม่แน่ใจ
(Autonomy
versus Doubt or Shame) ช่วง
1 – 2 ปี
ขั้นที่
3 การมีความคิดริเริ่มกับความรู้สึกผิด (Initiative
อาร์ตโนลด์ กีเซล
เกิดขึ้นตามธรรมชาติอย่างมีระเบียบ
โดยที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งเร้าภายนอก” กีเซลเชื่อว่าพฤติกรรมของเด็กจะเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงทางสรีระวิทยา
ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมขึ้น การฝึกฝนหรือการเรียนรู้ไม่ว่าลักษณะใดก็ตาม
จะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์และเป็นการเสียเวลาโดยใช่เหตุ
ถ้าหากร่างกายยังไม่พร้อมหรือยังไม่มีวุฒิภาวะ
ฌอง เพียเจท์
(Jean
Piaget) นักจิตวิทยาชาวสวิส
ได้ทำการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กและพัฒนาการทางสติปัญญา
“ทฤษฎีด้านสติปัญญาของเพียเจท์ ช่วยให้เข้าใจกระบวนการคิดของเด็ก
ซึ่งเป็นกลไกการคิดที่มีความต่อเนื่อง
เป็นขั้นตอน ตั้งแต่การเรียนรู้จากประสาทสัมผัส การเคลื่อนไหว
เข้าใจในสิ่งที่เป็นรูปธรรม
และไปสู่การคิดอย่างมีเหตุผล
ในสิ่งที่เป็นนามธรรม
พัฒนาการจะเป็นไปตามลำดับขั้นจะข้ามขั้นไม่ได้
แต่อัตราพัฒนาการอาจมีความแตกต่างกันในสิ่งแวดล้อมที่ต่างกัน
ซึ่งเป็นหลักทั่วไปของ
พัฒนาการทุก ๆ ด้านอยู่แล้ว …”
พัฒนาการทุก ๆ ด้านอยู่แล้ว …”
ลอเรนซ์ โคลเบิร์ก
นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน ได้ศึกษาค้นคว้าทางด้านพัฒนาการทางจริยธรรม
ซึ่งได้รับอิทธิพลความคิดและผลงานมาจากเพียเจท์
เจอโรม บรุนเนอร์ 
ได้เสนอทฤษฎีเกี่ยวกับพัฒนาการทางการคิดและใช้เหตุผล (Cognitive)
โดยอาศัยแนวคิดของเพียเจท์เป็นหลัก
พัฒนาการทางความคิดความเข้าใจ
เกิดจากสิ่งต่อไปนี้ 
1.
การให้เด็กทำสิ่งต่างๆ อย่างมีอิสระมากขึ้น
2.
การเรียนสัญลักษณ์ที่ใช้แทนสิ่งต่างๆ
3. พัฒนาการทางความคิด
4.
ผู้สอนและผู้เรียนมีความสัมพันธ์กันอย่างมีระบบ
5.
ภาษาเป็นกุญแจของการพัฒนาด้านความคิด
6. การพัฒนาทางความคิด
พัฒนาการทางสติปัญญาและการคิดของมนุษย์
แบ่งเป็น
3
ขั้น ดังนี้
1. Enactive
Stage
2.
Iconic representation Stage
3.
Symbolic representation stage



ผลการประเมิน
ประเมินอาจารย์
อาจารย์ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการเรียนการสอนได้ดี
ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆตั้งใจฟังอาจารย์เเละตั้งใจดูคริปที่อาจารย์นำมาให้ดู
ประเมินตัวเอง
เข้าใจพัฒนาการของเด็กมากขึ้น ความเเตกต่างของเด็กเเต่ละช่วงวัย




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น